หลักการพัฒนาชุมชนในปัจจุบันนั้นจะต้องคิดให้ลึกสังคมคนไทยทุกวันนี้

ในหลักการพัฒนาชุมชนในปัจจุบันนั้นจะต้องคิดให้ลึกสังคมคนไทยทุกวันนี้ไม่มีการเอื่ออารีย์ไม่มีการพึ่งพาอาศัยกันต่างคนต่างอยู่มีแต่การแกร่งแย่งแข่งขันไม่มีพันธ์มิตรมีแต่ศูตรเลี้ยงลูกแบบหากินกันเองจะพูดคุยกันก็ใช้จดหมายน้อยหรือเขียนข้างฝาลูกกับมาจากเรียนหากินเองตามตู้เย็นพอลูกนอนพ่อแม่พึ่งกลับพอลูกตื่นพ่อแม่ก็ไปทำงานแล้วมันจึงเป็นอัตราเสี่ยงอยางมากที่ใช้ TV เป็นพี่เลี้ยงอาจเป็นคนต่างประเทศก็ได้หรือมีพี่เลี้ยงที่เลวมากๆเด็กจะทำเช่นไรไม่อยากคิดเลี้ยงหรือถ้ามีพี่แต่ก่อนพ่อแม่พาลูกๆลูกๆพาพ่อแม่เข้าวัดฟังธรรมทำบุญกันเป็นกิจกรรมกันในครอบครัวทำให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุขไม่มีทุกข์ร้อนนอนหลับก็สบายหายใจก็ข้องเพราะสังคมไทยมีการแข่งขันอยู่กันอย่างพี่น้องถ้อยที่ถ้อยอาศัยกันช่วยเหลือจุลเจือกัน

แต่มาในขณะนี้สังคมไทยเราถูกวัฒนธรรมต่างชาติแทรกซึมเข้ามากสิ่งที่เราเสียไปอยู่ในขณะนี้คือคุณธรรมจริยธรรมและวัฒนธรรมของคนไทยเราเริ่มจะจางหายลงไปในที่สุดและสิ่งที่อยากเห็นที่สุดคือการกู้สถานการณ์กู้สังคมกู้คุณธรรมจริยธรรมและวัฒนธรรมของคนไทยเรากลับคืนมาให้ได้โดยเร็วที่สุดจึงเพื่อให้เกิดคุณธรรมจริยธรรมโดยเริ่มที่เด็กและเยาวชนพร้อมด้วยครอบครัวและชุมชนเพื่อนำไปสู่การพัฒนาสังคมและประเทศชาติในหลักการพัฒนาชุมชนปัจจุบันนี้ขาดคุณธรรมจริยธรรมและวัฒนธรรมของคน เล่นพวก บ้าอำนาจ หลงวัตถุ จนทำให้ภาพรวมในงานพัฒนาออกมาไม่เต็ม ๑๐๐% จึงทำให้งานพัฒนาเกิดขึ้นยากผู้นำในแต่ละท้องที่ไม่เหมือนกันบางท่านอาจจะยังยึดติดอำนาจเพราะว่าอาบน้ำร้อนมาก่อนจึงไม่ฟังคนอื่นๆ บริหารงานไม่ได้ บริหารงานไม่เดินแต่ยังดื้อและดันทุรังที่จะทำงาน มันก็เสีย คนก็หาย งานก็เลยล่ม ภาครัฐเองก็กลัวเสียผลประโยชน์และอำนาจจึงไม่ค่อยให้ความสนใจในงานพัฒนาของภาคประชาชน ทุกวันนี้หรือในปัจจุบันก็ยังคงก้าวไปอย่างช้าๆ ภาครัฐเองต้องให้โอกาส ภาคประชาชนทำงานในการพัฒนาโดยการหนุนเสริมทั้งด้านงบประมาณและด้านวิชาการความรู้ ควบคู่กันไปแต่ไม่ใช่ไปสั่งๆอย่างเดียวว่าต้องทำแบบนั้นแบบนี้มันไม่ใช่การพัฒนาแต่ในปัจจุบันมักจะเป็นแบบนี้ถึง ๑๐๐% เลยก็ว่าได้ มันก็ไม่เกิดอะไรเลย ไม่ได้ทั้งคน ไม่ได้ทั้งงาน เลยแตกคอกันหมด มึงไปทาง กูไปทาง ชุมชนก็แย่ สังคมก็เสื่อม เพราะเงินและอำนาจที่ทำให้สังคมแตกแยก เป็นเพราะการพัฒนาคนไม่ถูกต้อง ใช้งานคนไม่ถูกหลัก เหมือนตำน้ำพริกละลายน้ำพริกลงแม่น้ำนี่คือภาพรวมงานพัฒนาชุมชนในปัจจุบันของคนไทย

การพัฒนาชุมชนทางทรัพยากรที่มีความสำคัญที่สุดในความสำเร็จ

การพัฒนาชุมชนนั้นให้ความศรัทธา เชื่อมั่นในตัวบุคคลว่าเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญที่สุดในความสำเร็จของการดำเนินงานทั้งปวง และเชื่ออย่างแน่วแน่ว่ามนุษย์ทุกคนมีความสามารถที่จะพัฒนาตัวเองได้ตามขีดความสามารถทางกายภาพของตน หากโอกาสอำนวยและมีผู้คอยชี้แนะที่ถูกทาง การพัฒนาชุมชนเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนปรารถนา ต้องการความยุติธรรมที่จะมีชีวิตอยู่ในสังคม ต้องการอยู่ในสังคมด้วยความสุขกาย สบายใจและต้องการอยู่ร่วมในสังคมให้เป็นที่ยอมรับของสังคมด้วย การพัฒนาชุมชนมีหลักปรัชญาอันเป็นมูลฐานสำคัญ ดังนี้

มนุษย์ทุกคนมีพลังในเรื่องความคิดริเริ่ม และความเป็นผู้นำซ่อนเร้นอยู่ในตัวพลังเหล่านี้สามารถเจริญเติบโต และนำออกมาใช้ได้ ถ้าได้รับการพัฒนาบุคคลแต่ละคนถ้าหากมีโอกาสแล้ว ย่อมมีความสามารถที่จะเรียนรู้ เปลี่ยนแปลงทัศนะ ประพฤติปฏิบัติ และพัฒนาขีดความสามารถให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมสูงขึ้นได้บุคคลแต่ละคนย่อมมีความสำคัญและมีความเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกันจึงมีสิทธิอันพึงได้รับการปฏิบัติด้วยความยุติธรรมอย่างบุคคลมีเกียรติในฐานะที่เป็นมนุษย์ปุถุชนผู้หนึ่งบุคคลแต่ละคนย่อมมีสิทธิ และสามารถที่จะกำหนดวิถีการดำรงชีวิตของตนไปในทิศทางที่ตนต้องการการพัฒนาพลังและขีดความสามารถของคนในชุมชนทุกด้าน เป็นสิ่งที่พึงปรารถนา และมีความสำคัญยิ่งต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนทุกคนและชุมชนโดยส่วนรวมการศึกษาแนวความคิดพื้นฐานของงานพัฒนาชุมชนเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้พัฒนากรสามารถทำงานกับประชาชนได้อย่างถูกต้อง และทำให้งานมีประสิทธิภาพ แนวคิดพื้นฐานในการพัฒนาชุมชนในระดับการปฏิบัติ มีดังนี้

การมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นหัวใจของงานพัฒนาชุมชน โดยยึดหลักของการมีส่วนร่วมที่ว่า ประชาชนมีส่วนร่วมในการคิด ตัดสินใจวางแผนงาน การปฏิบัติการและร่วมบำรุงรักษาการช่วยเหลือตนเอง  เป็นแนวทางในการพัฒนาที่ยึดเป็นหลักการสำคัญประการหนึ่ง คือ ต้องพัฒนาให้ประชาชนพึ่งตนเองได้มากขึ้น โดยมีรัฐคอยให้การช่วยเหลือ สนับสนุน ในส่วนที่เกินขีดความสามารถของประชาชน ตามโอกาสและหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมความคิดริเริ่มของประชาชน ในการทำงานกับประชาชนต้องยึดหลักการที่ว่า ความคิดริเริ่มต้องมาจากประชาชน ซึ่งต้องใช้วิถีแห่งประชาธิปไตย และหาโอกาสกระตุ้นให้การศึกษา ให้ประชาชนเกิดความคิด และแสดงออกซึ่งความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ต่อหมู่บ้าน ตำบลความต้องการของชุมชน การพัฒนาชุมชนต้องให้ประชาชน และองค์กรประชาชนคิด และตัดสินใจบนพื้นฐานความต้องการของชุมชนเอง เพื่อให้เกิดความคิดที่ว่างานเป็นของประชาชน และจะช่วยกันดูแลรักษาต่อไปการศึกษาภาคชีวิต งานพัฒนาชุมชนถือเป็นกระบวนการให้การศึกษาภาคชีวิตแก่ประชาชน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคน การให้การศึกษาต้องให้การศึกษาอย่างต่อเนื่องกันไป ตราบเท่าที่บุคคลยังดำรงชีวิตอยู่ในชุมชน

การให้ความรู้และมีส่วนร่วมในการสร้างเสริมสุขภาพในการป้องกันโรคต่อชุมชน

ชุมชน เป็นกลุ่มหนึ่งของสังคมที่กำหนดรูปแบบการดำเนินชีวิตความเป็นอยู่ รวมทั้งเรื่องของสุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนนั้นๆ อย่างเช่น ชุมชนเมือง ที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างแออัดหนาแน่น มีการ แข่งขันกันประกอบอาชีพ พึ่งพาเทคโนโลยี จึงทำให้ชีวิตของคนในชุมชนเมืองมีความเร่งรีบ แข่งขันกับเวลาและเกิดความเครียดได้ง่าย สำหรับชุมชนชนบทเป็นชุมชนที่ผู้อาศัยอยู่กันอย่างพึ่งพาอาศัย ดำรงชีวิตอย่างเรียบง่าย พึ่งพาธรรมชาติ อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดี

แม้ว่าชุมชนแต่ละชุมชนจะมีความแตกต่างกันตามสภาพแวดล้อม และการดำรงชีวิต แต่ทุกชุมชนก็สามารถเป็น ชุมชนสุขภาพดี ได้โดยมุ่งเน้นการสร้างเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรคเป็นสำคัญ การสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคมีความสำคัญต่อสุขภาพ และการมีชีวิตที่สมบูรณ์ ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม รวมทั้งสนับสนุนการมีสภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมทำให้มีสุขภาพที่ดี โดยเฉพาะแนวคิดเรื่องการ สร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งเป็นวิธีการที่ส่งผลให้คนในชุมชนและสังคมมีสุขภาพชีวิตที่ดี

การป้องกันโรคก็เช่นเดียวกันเป็นการสร้างเสริมสุขภาพโดยทำให้บุคคลในชุมชนมีสุขภาพอนามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง มีภูมิคุ่มกันโรคต่างๆ ได้ ดังนั้นเพื่อให้ชุมชนสามารถดูแลและป้องกันโรคในชุมชนได้ด้วยตนเองโดยการจัดศูนย์ฟื้นฟูดูแลสุขภาพผู้ป่วยร่วมกันในชุมชน เพื่อสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคการสร้างแนวร่วมของสมาชิกในชุมชน จึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อการสร้างเสริมสุขภาพต่างๆ โดยการให้ความรู้และการป้องกันเกี่ยวกับ การเกิดโรคระบาด การเกิดอุบัติภัย และความไม่ปลอดภัย รวมทั่งการเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นพิษที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพทำให้ชุมชนสามารถปกป้องคุ้มครองตนเอง และทำให้ง่ายต่อการสร้างแนวร่วมทางด้านสุขภาพที่ดีขึ้น

วิธีในการสร้างแนวร่วมให้เกิดขึ้นในชุมชน เป็นการเปิดโอกาสให้สมาชิกทุกคนของชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนให้มากที่สุดของกระบวนการพัฒนาสุขภาพในชุมชน
1.ร่วมกันค้นหาสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน ร่วมกันเสนอแนะความต้องการทางด้านสุขภาพของชุมชน
2.การมีส่วนร่วมในการวางแผน สมาชิกของชุมชนร่วมกันคิดและตัดสินใจ ช่วยกำหนดกิจกรรมหรือโครงการสุขภาพของชุมชน
3.ร่วมกัน ตรวจสอบปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในระหว่างการดำเนินงาน
4.การมีส่วนร่วมในการบำรุงรักษาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว และชุมชนอยู่เสมอ

สำหรับตัวอย่างในการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค เช่น จัดกิจกรรมแอโรบิกเพื่อสุขภาพ การจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ การจัดโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมชุมชน หรือการก่อตั้งศูนย์ความรู้ภูมมิปัญญาทางการแพทย์ของชุมชน

การให้ความรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพของคนในชุมชน

การรวมพลังสร้างสุขภาพทั่วไทย

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยงานเครือข่ายภาครัฐ เอกชน และประชาชน ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์รวมพลังสร้างสุขภาพให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ และเพื่อให้ประชาชนรู้และตระหนักใส่ใจในการสร้างสุขภาพทั้งนี้ เพราะการพัฒนาสุขภาพของประชาชนไม่ใช่หน่วยงานในระบบสุขภาพเท่านั้น หน่วยงานเอกชน องค์กรท้องถิ่น องค์ชุมชน ต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการคิดและบริหารจัดการสุขภาพร่วมกัน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำศักยภาพขององค์กรชุมชน บริหารจัดการและดำเนินการด้านสุขภาพด้วยตนเอง โดยภาครัฐเป็นผู้สนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนมีศักยภาพในการสร้างสุขภาพที่มีความรู้ ความเข้าใจที่เกี่ยวกับการสร้างสุขภาพที่ถูกต้องและเหมาะสม

การสร้างแนวร่วมของสมาชิกในชุมชน

จึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อการสร้างเสริมสุขภาพต่างๆ รวมทั้งการเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นพิษที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกๆคนที่อาศัยอยู่ในชุมชน เพื่อดำเนินแก้ไขปัญหาทั้งในเรื่องกำลังผล องค์ความรู้ ทรัพยากร และเรื่องของทรัพย์สินเงินทอง นอกจากนี้การสร้างแนวร่วมในชุมชนยังก่อให้เกิดความเข้มแข็งให้กับชุมชน ทำให้ชุมชนสามารถปกป้องคุ้มครองตนเอง และทำให้ง่ายต่อการสร้างแนวร่วมทางด้านสุขภาพในระดับที่ใหญ่ขึ้น ในระดับของสังคม และระดับประเทศชาติ ที่มีความซับซ้อนมากขึ้นได้ต่อไป

การจัดกิจกรรมที่เกิดขึ้นในชุมชนจน ทำให้มีการพัฒนาตนเองและมีกระบวนการขับเคลื่อนการพัฒนาโดยชุมชนเอง มีพี่เลี้ยงเป็นภาครัฐที่มีบทบาท แนะนำ ช่วยงานธุรการ การติดต่อประสานงาน หรืองานวิชาการที่ตนเองไม่ถนัด องค์การบริหารส่วนตำบลเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณก่อสร้างศูนย์เรียนรู้ชุมชนให้ ซึ่งชาวบ้านสามารถใช้ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเป็นศูนย์กลางในการประสานงาน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การพบปะและค้นคว้าข้อมูลได้ เป็นเวทีของชาวบ้านเพื่อปรับเข้ากับแผนพัฒนาในส่วนที่ตนเองต้องรับผิดชอบ จึงเป็นการก่อเกิดการพัฒนาชุมชนในหลายรูปแบบและกระบวนการเกิดการเรียนรู้ในหมู่บ้านและตำบลมีความเชื่อมโยงระหว่างชุมชนสู่ชุมชน

การมีส่วนร่วมในการสร้างเสริมและพัฒนาสุขภาพของบุคคลในชุมชน คือการร่วมกิจกรรมที่เอื้ออำนวยให้ผู้คนในชุมชนมีการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีซึ่งกิจกรรมดังกล่าวอาจจัดโดยเจ้าหน้าที่องค์กรของภาครัฐ หรือองค์กรพัฒนาเอกชน หรือการร่วมกลุ่มกันของประชาชนในชุมชน การส่งเสริมให้ประชาชนรวมกลุ่มกันในการสร้างสุขภาพ เป็นแนวคิดการใช้พลังกลุ่มและกระบวนการกลุ่มของประชาชนมาแก้ไขปัญหาสุขภาพ โดยเริ่มจากการจัดกิจกรรมกลุ่มง่ายๆร่วมกัน มีการส่งเสริมและพัฒนาให้กลุ่มมีความเข้มแข็ง มีการตรวจสอบประเมินความก้าวหน้าและผลสัมฤทธิ์ของกลุ่ม โดยมีภาครัฐเป็นผู้ให้การสนับสนุนด้านเครื่องมือและอุปกรณ์จำเป็น

เร่งพัฒนาปรัชญาแนวคิด ยุทธศาสตร์และยุทธวิธีการจัดกระบวนการเรียนรู้ในชุมชน

1

มนุษย์มีศักยภาพในการเรียนรู้สูง สามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ การเรียนรู้นอกจากจะสร้างสรรค์ภูมิปัญญาให้มนุษย์สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างต่อเนื่องแล้ว ยังก่อให้เกิดความภาคภูมิใจและความปิติแก่ผู้เรียนรู้อีกด้วย การปฏิรูปการศึกษาควรมุ่งเน้นการแก้ปัญหาความทุกข์ยากให้แก่คนส่วนใหญ่ของประเทศ โดยกระจายการเรียนรู้ออกจากสถานศึกษาไปสู่ชุมชน หรือคืนการศึกษาให้ชุมชน เพื่อให้การเรียนรู้นั้นตอบสนองความต้องการของชุมชน และทำให้เกิดการสะสมองค์ความรู้ในท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นฐานสำหรับการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นและนำไปสู่การปฏิรูปการเรียนการสอนในสถานศึกษา ทั้งยังช่วยให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างชุมชนและสถานศึกษา ต่างฝ่ายต่างช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งซึ่งกันและกันกล่าวคือนักเรียน ครู และชุมชน อยู่ในกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน เป็นทั้งผู้สอนและผู้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน บุคคลและชุมชนมีความหลากหลาย ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ฯลฯ  การนำรูปแบบการเรียนรู้ที่ประสลความสำเร็จในชุมชนหนึ่งไปใช้ในอีกชุมชนหนึ่ง หรือการวางแผนจากส่วนกลางแล้วนำไปให้ชุมชนท้องถิ่นปฏิบัติ จึงมักประสบความล้มเหลว นอกจากนี้ปัจจัยทั้งภายในและภายนอกชุมชนยังเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงต้องพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ในแต่ละชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

เป้าหมายการจัดกระบวนการเรียนรู้ในชุมชน คือ เพื่อสร้างปัญญาให้คนในชุมชนสามารถพัฒนาตนเอง ครอบครัว และชุมชน ได้อย่างบูรณาการ หรือเพิ่มเสริมสร้างพลังให้คนในชุมชนสามารถพึ่งตนเองและพึ่งพากันเองได้มากขึ้น รวมทั้งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการเชื่อมต่อประสบการณ์ระหว่างบุคคลและชุมชนโดยผ่านกระบวนกลุ่มและเครือข่ายการเรียนรู้ การจัดกระบวนการเรียนรู้ในชุมชนให้มีคุณภาพ เพื่อพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างบูรณาการนั้น มีสาระและขอบเขตกว้างขวาง โดยเฉพาะการเลี้ยงชีพของคนในชุมชน ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากทุกส่วนของสังคม ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน อาทิ นักวิชาการ สถาบันการศึกษา สื่อมวลชน นักธุรกิจองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น องค์กรพัฒนาเอกชน ฯลฯ การเรียนรู้ในชุมชนจึงมิได้เกี่ยวข้องกับบุคลากรทางการศึกษาเท่านั้น แต่เป็นการเรียนรู้ร่วมกันของทุกฝ่าย การจัดกระบวนการเรียนรู้ในชุมชนควรนำไปสู่วัตถุประสงค์หลายๆ ประการพร้อมกันๆ กัน เช่น เพื่อสืบค้นผู้นำจิตวิญาณ สร้างความเข้าใจร่วมกัน สร้างคุณค่าและจิตสำนึกใหม่ ปลูกฝังคุณธรรมและค่านิยมที่ดีงาม เกิดความเอื้ออาทร สร้างวิสัยทัศน์ร่วมกัน สร้างกระบวนทัศน์ใหม่ (วิธีคิดและวิธีทำงาน) ทราบปัญหาและความต้องการของชุมชน ได้แนวทาง วิธีการ และแผนงานการแก้ปัญหา ได้เริ่มทดลองปฏิบัติ ได้โจทย์วิจัย เกิดการสะสมองค์ความรู้ในท้องถิ่น ได้องค์ความรู้ใหม่ และขยายผลผ่านการสรุปบทเรียนร่วมกัน ได้หลักสูตรท้องถิ่นและนำไปสู่การปฏิรูปการเรียนการสอน ชุมชนมีโอกาสเรียนรู้และจัดการร่วมกัน รวมทั้งสิ่งแวดล้อมได้รับการอนุรักษ์และฟื้นฟู ดังนั้น ควรเร่งทำการวิจัยและพัฒนาปรัชญาแนวคิด ยุทธศาสตร์ และยุทธวิธีการจัดกระบวนการเรียนรู้ในชุมชนที่มีคุณภาพ เพื่อให้ชุมชนนำไปใช้เป็นแนวทางในการสร้างรูปแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับสภาพปัญหาและความต้องการของท้องถิ่นได้ด้วยตนเอง